รหัสไปรษณีย์ของประเทศไทย |
รหัสไปรษณีย์ของไทย เริ่มใช้ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2525 |
- รหัสไปรษณีย์ของไทย เป็นรหัสไปรษณีย์ที่กำหนดขึ้นสำหรับที่ทำการแต่ละแห่งเพื่อใช้ประโยชน์ในการส่งต่อสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เป็นสำคัญ ประกอบด้วยตัวเลข 5 ตัว ซึ่งมีความหมายดังนี้
|
ตัวเลข 2 ตัวแรก ใช้แทน จังหวัด
ตัวเลข 3 ตัวหลัง ใช้แทน ที่ทำการ
|
- ที่ทำการที่กำหนดให้มีรหัสไปรษณีย์จะต้องเป็นที่ทำการของ ไปรษณีย์ไทย และมีลักษณะงานเกี่ยวกับการส่งต่อ ซึ่งต้องอาศัยรหัสไปรษณีย์ในการปฏิบัติงานปัจจุบันมีอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่
|
- ศูนย์ไปรษณีย์
- ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่าย
- ที่ทำการไปรษณีย์รับฝาก ศูนย์รับฝากไปรษณีย์จำนวนมาก
- ที่ทำการพิเศษอื่น ๆ ที่ ปณท เห็นควรให้มีรหัสไปรษณีย์
|
- การกำหนดรหัสไปรษณีย์ของที่ทำการแต่ละกลุ่มมีหลักเกณฑ์ดังนี้
|
ศูนย์ไปรษณีย์ 2 ตัวแรกใช้แทนรหัสจังหวัด ส่วน 3 ตัวหลังใช้แทน ศูนย์ไปรษณีย์ แต่ละแห่งซึ่งจะกำหนด ให้มีลักษณะเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม โดยให้รหัสตัวแรกและตัวที่ 3 เป็นตัวเลข “0” ส่วนตัวที่ 2 จะเป็นตัวเลข 1-9
ตัวอย่างเช่น |
- 30010 จ.นครราชสีมา - ศูนย์ไปรษณีย์ ในจังหวัดนครราชสีมา
- 60010 จ.นครสวรรค์ - ศูนย์ไปรษณีย์ ในจังหวัดนครสวรรค์
|
สำหรับ ศูนย์ไปรษณีย์ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ก็ใช้หลักเกณฑ์ในการกำหนดเช่นเดียวกับ ศูนย์ไปรษณีย์ ข้างต้น ได้แก่ ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ 10010 จ.กรุงเทพฯ – ศูนย์ไปรษณีย์ ในเขตกรุงเทพฯ (หมายเหตุ รหัสไปรษณีย์ 10010 ปกติควรเป็นของ ศูนย์ไปรษณีย์กท. แต่ในการจัดตั้ง ศูนย์ไปรษณีย์กท. ครั้งแรกนั้นยังไม่มีรหัสไปรษณีย์สำหรับกลุ่มนี้กำหนดไว้ ซึ่งรวมทั้ง ปณศ. ด้วย ซึ่งควรมีรหัสไปรษณีย์เป็น 10020 แต่ไปใช้รหัสไปรษณีย์ 10001 แทน)
|
ทั้งนี้หากใน กทม. มี ศูนย์ไปรษณีย์ ตั้งขึ้นอีกก็จะใช้รหัสไปรษณีย์ 10020 10030 10040 ตามลำดับต่อไป
|
ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา ใช้รหัสไปรษณีย์ 20010 จ.ชลบุรี ศูนย์ไปรษณีย์ในจังหวัดชลบุรี
ศูนย์ไปรษณีย์ขอนแก่น ใช้รหัสไปรษณีย์ 40010 จ.ขอนแก่น ศูนย์ไปรษณีย์ในจังหวัดขอนแก่น
ศูนย์ไปรษณีย์อุดรธานี ใช้รหัสไปรษณีย์ 41010 จ.อุดรธานี ศูนย์ไปรษณีย์ในจังหวัดอุดรธานี
ศูนย์ไปรษณีย์เด่นชัย ใช้รหัสไปรษณีย์ 54010 จ.แพร่ ศูนย์ไปรษณีย์ในจังหวัดแพร่
ศูนย์ไปรษณีย์ลำพูน ใช้รหัสไปรษณีย์ 51010 จ.ลำพูน ศูนย์ไปรษณีย์ในจังหวัดลำพูน
ศูนย์ไปรษณีย์ทุ่งสง ใช้รหัสไปรษณีย์ 80010 จ.นครศรีธรรมราช ศูนย์ไปรษณีย์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช
|
ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่าย 2 ตัวแรกใช้แทนรหัสจังหวัด ส่วน 3 ตัวหลังใช้แทน ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่าย แต่ละแห่ง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
|
กลุ่มที่ 1 ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่ายจังหวัด รหัส 3 ตัวหลังจะเป็น “0” ทั้งหมด เช่น
|
ปจ.อุตรดิตถ์ ใช้รหัสไปรษณีย์ 53000
ปจ.ภูเก็ต ใช้รหัสไปรษณีย์ 83000
|
กลุ่มที่ 2 ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่ายที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมืองของแต่ละจังหวัดและมีจำนวนมากกว่า 1 แห่ง ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่ายแห่งที่ 2 เป็นต้นไป รหัส 3 ตัวหลังจะเป็นตัวเลข 100, 200 จนถึง 900 (2 ตัวท้ายจะเป็น “0”) เช่น ปจ.เชียงราย ใช้รหัสไปรษณีย์ 57000 และ ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่าย บ้านดู่ (ซึ่งเป็น ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่าย แห่งที่ 2 ในอำเภอเมืองเชียงราย) ใช้รหัสไปรษณีย์ 57100 เป็นต้น
|
กลุ่มที่ 3 ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่ายที่ตั้งในอำเภอและตำบลต่างๆ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น รหัส 3 ตัว หลังจะเป็นตัวเลข 110 120 จนถึง 990 (ตัวสุดท้ายจะเป็น 10) เช่น ปณ.ศรีราชา 20110 ปณ.ปากเกร็ด 11120 เป็นต้น
|
ที่ทำการไปรษณีย์รับฝาก จะใช้รหัสไปรษณีย์ของ ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่าย ซึ่ง ที่ทำการไปรษณีย์รับฝากแห่งนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่เขตจ่ายเป็นหลัก และเพิ่มตัวเลขตัวสุดท้ายตั้งแต่ 1-9 เช่น ปณ.พลับพลาไชย รหัสไปรษณีย์ 10100 ที่ทำการไปรษณีย์รับฝากป้อมปราบ (ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตจ่ายของ ที่ทำการไปรษณีย์รับจ่ายพลับพลาไชย) จะใช้รหัสไปรษณีย์ 10101 เป็นต้น
|
ศูนย์รับฝากไปรษณีย์จำนวนมาก ให้ใช้รหัสไปรษณีย์เช่นเดียวกับ ที่ทำการไปรษณีย์รับฝาก
|
ที่ทำการพิเศษ เช่น ที่ทำการไปรษณีย์รับฝากสำนักงานใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด , ที่ทำการไปรษณียภัณฑ์คืน (ปณค.) จะใช้รหัสไปรษณีย์ที่กำหนดขึ้นเป็นพิเศษ เช่น 10002 , 10003 เป็นต้น
|
| |